Corporate Information
Home Products & Services Brochure & Catalog Reference
Search   
ข้อมูลทั่วไป
วิสัยทัศน์และพันธกิจ
ความเป็นมาของบริษัท
โครงสร้างองค์กร
คณะกรรมการบริษัทและ
ผู้บริหาร
โครงสร้างบริษัท
บริษัทย่อยและ
บริษัทร่วมทุน
 
 
 
FAQ Careers LVT News Contact Us Site Map
Eng Thai
 ความเป็นมาของบริษัท
บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2539 โดยนายแฮนส์ จอร์เกน เนียลเซ่น นักธุรกิจชาวเดนมาร์กผู้มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ในการพัฒนาเทคโนโลยีของเครื่องจักรคัดแยกขนาดวัตถุดิบ บริษัท แอล.วี.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ให้บริการด้านวิศวกรรมที่เน้นเฉพาะอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ด้วยการออกแบบและพัฒนาแนวคิดใหม่ ๆ ในขบวนการบดวัตถุดิบและการไหลเวียนของเชื้อเพลิง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมๆกับลดการใช้พลังงานไฟฟ้า อันจะส่งผลถึงการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของอุตสาหกรรม
บริษัท แอล.วี.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)หรือแอลวีที ได้ขยายขอบข่ายการให้บริการจากการออกแบบเพียงอย่างเดียวไปสู่การให้บริการที่ปรึกษาทางวิศวกรรมและการออกแบบและรับจัดทำอุปกรณ์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักร ทำให้ลูกค้าลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความสามารถในการผลิตได้อีกร้อยละ 15-30 เทคโนโลยีที่บริษัทพัฒนาขึ้น นอกจากใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์แล้ว ยังสามารถปรับใช้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคัดแยกขนาดวัตถุดิบ เช่นอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เป็นต้น
2542
ขยายตลาดในอนาคตสู่ภูมิภาคอื่นที่นอกเหนือจากทวีปเอเซีย แอลวีที ได้บรรลุข้อตกลงการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ เอฟ. แอล. สมิทธ แห่งประเทศเดนมาร์กเมื่อปี 2542 ภายใต้ข้อตกลงทางการค้าดังกล่าว แอลวีที จะได้รับการจัดสรรส่วนแบ่งกำไรจากเอฟ. แอล. สมิทธ รวมถึงค่าตอบแทนทางวิศวกรรมสำหรับการให้บริการทางด้านวิศวกรรม (Engineering Fee)กับลูกค้าของเอฟ. แอล. สมิทธ และถ้าหากทางเอฟ. แอล. สมิทธประสงค์จะจัดซื้อเทคโนโลยีจากทางแอลวีที เพื่อให้บริการทางวิศวกรรมกับลูกค้าของ เอฟ. แอล. สมิทธโดยตรง แอลวีที ก็จะได้รับค่าตอบแทนในรูปของ Royalty Fee
2543
แอลวีที ได้ร่วมมือกับบริษัทอูเบ้จำกัด เพื่อให้ดูแลตลาดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแอลวีที จะได้ค่าตอบแทนทั้งในลักษณะของค่าตอบแทนทางวิศวกรรม (Engineering Fee) และ Royalty Fee
2544
แอลวีที ได้ร่วมมือกับ บริษัท แบรดเลย์ พัลเวอไรเซอร์ จำกัด โดยบริษัทแบรดเลย์ จะเป็นผู้จัดหาลูกค้าในภูมิภาคอเมริกาเหนือทั้งหมดให้กับแอลวีที โดยตรง
จากผลการเติบโตทางธุรกิจของแอลวีที และการยอมรับของลูกค้าอย่างกว้างขวางทั่วโลก ในปี 2544  แอลวีที จึงได้สร้างพันธมิตรทางธุรกิจขึ้นในประเทศอินเดีย โดยการจัดตั้งบริษัทแอลเอ็นวี ซึ่งแอลวีที จะได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทนี้ในรูปของค่าลิขสิทธิ์ (License Fee)
2546
ในปี 2546 แอลวีที ขยายการลงทุนไปยังตลาดยุโรป โดยร่วมจัดตั้งบริษัท แอลวียุโรป  ซึ่งบริษัทนี้เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนมกราคม 2547 ผลตอบแทนจากการลงทุนจะคล้ายกับแอล เอ็นวี
ด้วยกลยุทธที่แอลวีที เป็นผู้ดำเนินทั้งด้านการออกแบบวิศวกรรมและการจัดหาเทคโนโลยีในขณะที่พันธมิตรแต่ละแห่งเป็นผู้ดูแลตลาด ทำให้แอลวีที ขยายตลาดเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียใต้และยุโรปได้ด้วยต้นทุนต่ำ ดังนั้นแอลวีที จึงดำเนินการขยายตลาดในลักษณะเดียวกันนี้ในกลุ่มประเทศอื่น ๆ เช่น แคนาดา สาธารณรัฐจีน เกาหลีใต้ อิหร่านและออสเตรเลีย เป็นต้น
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2546 บริษัทได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด .
2547
14 กรกฏาคม 2547 บริษัทได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) ด้วยทุนจดทะเบียน 105 ล้านบาท จำนวนหุ้นสามัญ 105 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
2548
ในปี 2548 บริษัทขยายฐานลูกค้าและตลาดเข้าไปในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ทั้งสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยร่วมลงทุนในบีแอลวีที สหรัฐอเมริกา มีรูปแบบการลงทุนคล้าย แอลเอ็นวี และแอลวียุโรป
ในเดือนกรกฎาคม 2548 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของแอลวีที อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 315 ล้านบาท จากเดิม 105 ล้านบาท และอนุมัติการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนควบใบสำคัญแสดงสิทธิ ซึ่งจะให้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นสามัญของบริษัทแก่ผู้ถือหุ้นเดิม
แอลวีทีได้ร่วมทำสัญญาข้อตกลงร่วมกับ เอฟ.แอล. สมิทธ เอ/เอส แห่งเดนมาร์คเมื่อเดือนธันวาคม 2548 เพื่อร่วมกันทำวิจัยผลิตภัณฑ์และการพัฒนาอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และข้อตกลงที่สำคัญอันหนึ่งก็คือการที่ เอฟ.แอล. สมิทธ เอ/เอส เข้าถือหุ้นของแอลวีที ในนามบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ประมาณร้อยละ 15 นั้น จะไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารจัดการของแอลวีทีแต่อย่างใด
2549
ในเดือน มีนาคม 2549 แอลวีที ขยายการลงทุนไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยร่วมกับ Fu Yang International Co., Ltd. จัดตั้งบริษัท LV Technology Engineering (Tianjin) Co., Ltd. เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการด้านวิศวกรรมเช่นเดียวกับ แอลวีที ด้วยทุนจดทะเบียน 120,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา และถือหุ้นร้อยละ 50
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2549 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2549 ได้มีมติเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 315 ล้านบาท เป็น 325.5 ล้านบาท โดยการเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่กรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน ตามโครงการ Employee Stock Option Program (ESOP) จำนวน 10.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 10.5 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2549 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2549 ได้มีมติเพิ่มทุนในบริษัท แอล วี ยุโรป เอส. เอ. จำกัด จากเดิม 40,000. ยูโร เป็น 280,000. ยูโร มีผลให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 48 เป็นร้อยละ 92
COPYRIGHT © 2004-2007 L.V. TECHNOLOGY PUBLIC COMPANY LIMITED
Counter By QPlusHost.com Web Design Hosting Professional 160798
Powered by QPlusHost.com